Tense คือรูปแบบ(หรือโครงสร้าง)ของกริยา ที่แสดงให้เราทราบว่า การกระทำหรือเหตุการ นั้นๆเกิดขึ้นเมื่อใด ซึ่งเรื่อง tense นี้เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเราใช้ tense ไม่ถูก เราก็จะสื่อภาษากับเขา ไม่ได้ เพราะในประโยคภาษาอังกฤษนั้นจะอยู่ในรูปของ tense เสมอ ซึ่งต่างกับภาษาไทยที่เราจะมีข้อความบอกว่าาเกิดขึ้นเมื่อใดมาช่วยเสมอ แต่ภาษาอังกฤษจะใช้รูป tense นี้มาเป็นตัวบอก ดังนี้การศึกษาเรื่อง tense จึงเป็นเรื่องจำ เป็น.
Tense ในภาษาอังกฤษนี้จะแบ่ง ออกเป็น 3 tense ใหญ่ๆคือ
1. Present tense ปัจจุบัน
2. Past tense อดีตกาล
3. Future tense อนาคตกาล
ในแต่ละ tense ยังแยกย่อยได้ tense ละ 4 คือ
1 . Simple tense ธรรมดา(ง่ายๆตรงๆไม่ซับซ้อน).
2. Continuous tense กำลังกระทำอยู่(กำลังเกิดอยู่)
3. Perfect tense สมบูรณ์(ทำเรียบร้อยแล้ว).
4. Perfect continuous tense สมบูรณ์กำลังกระทำ(ทำเรียบร้อยแล้วและกำลัง ดำเนินอยู่ด้วย).
โครงสร้างของ Tense ทั้ง 12 มีดังนี้
Present Tense
[1.1] S + Verb 1 + ……(บอกความจริงที่เกิดขึ้นง่ายๆ ตรงๆไม่ซับซ้อน).
[Present] [1.2] S + is, am, are + Verb 1 ing + …(บอกว่าเดี๋ยวนี้กำลังเกิดอะไร อยู่).
[1.3] S + has, have + Verb 3 + ….(บอกว่าได้ทำมาแล้วจนถึง ปัจจุบัน).
[1.4] S + has, have + been + Verb 1 ing + …(บอกว่าได้ทำมาแล้วและกำลังทำ ต่อไปอีก).
Past Tense
[2.1] S + Verb 2 + …..(บอกเรื่องที่เคยเกิดมาแล้วใน อดีต).
[Past] [2.2] S + was, were + Verb 1 +…(บอกเรื่องที่กำลังทำอยู่ในอดีต).
[2.3] S + had + verb 3 + …(บอกเรื่อที่ทำมาแล้วในอดีตใน ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง).
[2.4] S + had + been + verb 1 ing + …(บอกเรื่องที่ทำมาแล้วอย่างต่อ เนื่องไม่หยุด).
Future Tense
[3.1] S + will, shall + verb 1 +….(บอก เรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคต).
[Future] [3.2] S + will, shall + be + Verb 1 ing + ….(บอกว่าอนาคตนั้นๆกำลังทำอะไร อยู่).
[3.3] S + will,s hall + have + Verb 3 +…(บอกเรื่องที่จะเกิดหรือสำเร็จ ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง).
[3.4] S + will,shall + have + been + verb 1 ing +.. ..(บอกเรื่องที่จะทำอย่างต่อเนื่องในเวลาใด - เวลาหนึ่งในอนาคตและ จะทำต่อไปเรื่อยข้างหน้า).
หลักการใช้แต่ละ tense มีดังนี้
[1.1] Present simple tense เช่น He walks. เขาเดิน,
1. ใช้กับ เหตุการที่เกิดขึ้นตามความจริงของธรรมชาติ และคำสุภาษิตคำ พังเพย.
2. ใช้กับเหตุการณ์ที่เป็นความจริงในขณะที่พูด (ก่อนหรือหลังจะไม่จริงก็ตาม).
3. ใช้กับกริยาที่ทำนานไม่ได้ เช่น รัก, เข้าใจ, รู้ เป็นต้น.
4. ใช้กับการกระทำที่คิดว่าจะเกหิดขึ้นในอนาคตอันใกล้(จะมีคำวิเศษณ์บอกอนาคตร่วมด้วย).
5. ใช้ในการเล่าสรุปเรื่องต่างๆในอดีต เช่นนิยาย นิทาน.
6. ใช้ในประโยคเงื่อนไขในอนาคต ที่ต้นประโยคจะขึ้นต้น ด้วยคำว่า If (ถ้า), unless (เว้นเสียแต่ว่า), as soon as (เมื่อ,ขณะที่), till (จนกระทั่ง) , whenever (เมื่อไรก็ ตาม), while (ขณะที่) เป็นต้น.
7. ใช้กับเรื่องที่กระทำอย่างสม่ำเสมอ และมีคำวิเศษณ์บอกเวลาที่สม่ำเสมอร่วมอยู่ด้วย เช่น always (เสมอๆ), often (บ่อยๆ), every day (ทุกๆวัน) เป็นต้น.
8. ใช้ในประโยคที่คล้อยตามที่เป็น [1.1] ประโยคตามต้องใช้ [1.1] ด้วยเสมอ.
[1.2] Present continuous tense เช่น He is walking. เขากำลังเดิน.
1. ใช้ในเหตุการณ์ที่กำลังกระทำอยู่ในขณะที่พูด(ใช้ now ร่วมด้วยก็ได้ โดยใส่ไว้ต้น ประโยค, หลังกริยา หรือสุดประโยคก็ ได้).
2. ใช้ในเหตุการณ์ที่กำลังกระทำอยู่ในระยะเวลาอันยาวนาน เช่น ในวันนี้ ,ในปีนี้ .
3. ใช้กับเหตุการณ์ที่ผู้พูดมั่นใจว่าจะต้องเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ เช่น เร็วๆนี้, พรุ่งนี้.
*หมายเหตุ กริยาที่ทำนานไม่ได้ เช่น รัก ,เข้าใจ, รู้, ชอบ จะนำมาแต่งใน Tense นี้ไม่ได้.
[1.3] Present perfect tense เช่น He has walk เขาได้เดินแล้ว.
1. ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วในอดีต และต่อเนื่องมาจนถึง ปัจจุบัน และจะมีคำว่า Since (ตั้งแต่) และ for (เป็นเวลา) มาใช้ ร่วมด้วยเสมอ.
2. ใช้กับเหตุการณ์ที่ได้เคยทำมาแล้วในอดีต (จะกี่ครั้งก็ได้ หรือจะทำอีกใน ปัจจุบัน หรือจะทำในอนาคต ก็ได้)และจะมีคำว่า ever (เคย) , never (ไม่เคย) มาใช้ร่วมด้วย.
3. ใช้กับเหตุการณ์ที่จบลงแล้วแต่ผู้พูดยังประทับใจอยู่ (ถ้าไม่ประทับใจก็ใช้ Tense
4. ใช้กับ เหตุการที่เพิ่งจบไปแล้วไม่นาน(ไม่ได้ประทับใจอยู่) ซึ่งจะมีคำเหล่านี้มาใช้ร่วมด้วยเสมอ คือ Just (เพิ่งจะ), already (เรียบร้อยแล้ว), yet (ยัง), finally (ในที่สุด) เป็นต้น.
[1.4] Present perfect continuous tense เช่น He has been walking . เขาได้กำลังเดินแล้ว.
* มีหลักการใช้เหมือน [1.3] ทุกประการ เพียงแต่ว่าเน้นว่าจะทำต่อไปในอนาคตด้วย ซึ่ง [1.3] นั้นไม่เน้นว่าได้กระทำอย่างต่อเนื่องหรือไม่ ส่วน [1.4] นี้เน้นว่ากระทำมาอย่างต่อเนื่องและจะกระทำต่อไปในอนาคตอีกด้วย.
[2.1] Past simple tense เช่น He walked. เขาเดิน แล้ว.
1. ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบลงแล้วในอดีต มิได้ต่อเนื่องมาถึงขณะ ที่พูด และมักมีคำต่อไปนี้มาร่วมด้วยเสมอในประโยค เช่น Yesterday, year เป็นต้น.
2. ใช้กับเหตุการณ์ที่ทำเป็นประจำในอดีตที่ผ่านมาในครั้งนั้นๆ ซึ่งต้องมีคำวิเศษณ์บอกความถี่ (เช่น Always, every day ) กับ คำวิเศษณ์ บอกเวลา (เช่น yesterday, last month ) 2 อย่างมาร่วมอยู่ด้วยเสมอ.
3. ใช้กับเหตุการณ์ที่ได้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต แต่ปัจจุบันไม่ได้เกิด อยู่ หรือไม่ได้เป็นดั่งในอดีตนั้นแล้ว ซึ่งจะมีคำว่า ago นี้ ร่วมอยู่ด้วย.
4. ใช้ในประโยคที่คล้อยตามที่เป็น [2.1] ประโยคคล้อยตามก็ต้อง เป็น [2.1] ด้วย
[2.2] Past continuous tense เช่น He was walking . เขากำลังเดินแล้ว
1. ใช้กับเหตุการณ์ 2 อย่างที่เกิดขึ้นไม่พร้อมกัน { 2.2 นี้ไม่นิยมใช้ตามลำพัง - ถ้าเกิดก่อนใช้ 2.2 - ถ้าเกิดทีหลังใช้ 2.1}.
2. ใช้กับเหตุการณ์ที่ ไดกระทำติดต่อกันตลอดเวลาที่ได้ระบุไว้ในประโยค ซึ่งจะมีคำบอกเวลาร่วมอยู่ด้วยในประโยค เช่น
all day yesterday etc.
3. ใช้กับเหตุการณ์ 2 อย่างที่กำลังทำในเวลาเดียวกัน(ใช้เฉพาะกริยาที่ทำได้นานเท่านั้น หากเป็นกริยาที่ทำนานไม่ได้ก็ใช้หลักข้อ 1 ) ถ้าแต่งด้วย 2.1 กับ 2.2 จะดูจืดชืดเช่น He was cleaning the house while I was cooking breakfast.
[2.3] Past perfect tense เช่น He had walk. เขาได้เดินแล้ว
1. ใช้กับ เหตุการณ์ 2 อย่างที่เกิดขึ้นไม่พร้อมกันในอดีต มีหลักการใช้ดังนี้.
เกิดก่อนใช้ 2.3 เกิดทีหลังใช้ 2.1.
2. ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำอันเดียวก็ได้ในอดีต แต่ต้องระบุชั่วโมงและวันให้แน่ชัดไว้ในทุกประโยคด้วยทุกครั้ง เช่น She had breakfast at eight o’ clock yesterday.
[2.4] past perfect continuous tense เช่น He had been walking.
มีหลักการใช้เหมือนกับ 2.3 ทุกกรณี เพียงแต่ tense นี้ ต้องการย้ำถึงความต่อเนื่องของการกระทำที่ 1 ว่าได้กระทำต่อเนื่องไปจนถึงการกระทำที่ 2 โดยมิได้หยุด เช่น When we arrive at the meeting , the lecturer had been speaking for an hour . เมื่อพวกเราไปถึงที่ ประชุม ผู้บรรยายได้พูดมาแล้ว เป็นเวลา 1 ชั่วโมง.
[3.1] Future simple tense เช่น He will walk. เขาจะเดิน
ใช้กับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งจะมีคำว่า tomorrow, to night, next week, next month เป็นต้น มาร่วมอยู่ด้วย.
* Shall ใช้กับ I we.
Will ใช้กับบุรุษที่ 2 และนามทั่วๆไป.
Will, shall จะใช้สลับกันในกรณีที่จะให้คำมั่นสัญญา, ข่มขู่บังคับ, ตกลงใจแน่วแน่.
Will, shall ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติหรือจงใจก็ได้.
Be going to (จะ) ใช้กับความจงใจของมนุษย์เท่านั้น ห้ามใช้กับเหตุการณ์ของธรรมชาติและนิยมใช้ในประโยคเงื่อนไข.
[3.2] Future continuous tense เช่น He will be walking. เขากำลังจะเดิน
1. ใช้ในการบอกกล่าวว่าในอนาคตนั้นกำลังทำอะไรอยู่ (ต้องกำหนดเวลาแน่นอน ด้วยเสมอ)
2. ใช้กับเหตุการณ์ 2 อย่างที่จะเกิดขึ้นไม่พร้อมกันในอนาคต มีกลักการใช้ดังนี้
- เกิดก่อนใช้ 3.2 S + will be, shall be + Verb 1 ing.
- เกิดทีหลังใช้ 1.1 S + Verb 1 .
[3.3] Future prefect tens เช่น He will walked. เขาจะได้เดินแล้ว
1. ใช้กับเหตุการณ์ที่จะ เกิดขึ้นหรือสำเร็จลงในเวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต โดยจะมีคำว่า by นำหน้ากลุ่มคำที่บอกเวลาด้วย เช่น by tomorrow , by next week เป็น ต้น.
2. ใช้กับเหตุการณ์ 2 อย่างที่จะเกิดขึ้นไม่พร้อมกันในอนาคต มีหลักดังนี้.
- เกิดก่อนใช้ 3.3 S + will, shall + have + Verb 3.
- เกิด ที่หลังใช้ 1.1 S + Verb 1 .
[3.4] Future prefect continuous tense เช่น He will have been walking. เขาจะได้กำลัง เดินแล้ว.
ใช้เหมือน 3.3 ต่างกันเพียงแต่ว่า 3.4 นี้เน้นถึงการกระทำที่ 1 ได้ทำต่อเนื่องมาจนถึงการกระทำที่ 2 และจะกระทำต่อไปในอนาคต อีกด้วย.
* Tense นี้ไม่ค่อยนิยมใช้บ่อย นัก โดยเฉพาะกริยาที่ทำนาน ไม่ได้ อย่านำมาแต่งใน Tense นี้เด็ดขาด.

ได้ความรู้เยอะมากค่ะ นางสาวสกุณา วงบุราณ เลขที่17
ตอบลบขอบคุณค่าาาา^^
ลบสุดยอดค่ะ บล็อกเดียวครบทุก tense เนื้อหาแน่นมากค่ะ ขอบคุณค่ะสำหรับสาระดีๆ นางสาวธนันณัฐ ขุราษี 587210140305
ตอบลบหวังว่าจะได้เอาไปใช้ในชีวิตประจำวันนะคะ
ลบเป็นความรู้ที่สามารถกลับมาทบทวนได้ตลอดเวลาเลยค่ะ ดีจริงๆ ค่ะ
ตอบลบ>>>นางสาวสุกัญญา ประดาพล รหัส 587210140321 ป.บัณฑิต หมู่ 3 ค่ะ
อย่าลืมเอาไปทบทวนหล่ะ^^
ลบบทความมีความรู้และมีประโยชน์อย่างมาก นายวีระพล ประวันเนย์ รหัสนักศึกษา 587210140329 ป.บัณฑิตวิชาชีพครู หมู่ 3
ตอบลบว้าว ครบทุก Tense
ตอบลบนางสาวจุฑารัตน์ รัตนวงษา รหัสนักศึกษา 587210140301 ป.บัณฑิตวิชาชีพครู หมู่ 3
อ่านแล้วได้ความรู้มากๆค่ะ นายอนุชิต แก่นนาคำ 587210140330 ป.บัณฑิต หมู่ 3
ตอบลบได้รับความรู้และเป็นประโยชน์มากๆค่ะ น.ส. ถนิมลักษณ์ ภาคเจริญ รหัสนักศึกษา 587210140304 ป.บัณฑิตวิชาชีพครู หมู่ 3
ตอบลบหลักการใช้เป๊ะมากค่ะ
ตอบลบน.ส.ศิริลักษณ์ สิงธิมาตร รหัสนักศึกษา 587210140316 วิชาชีพครู หมู่ 3
ดีมากๆเลยค่ะ เป็นการนำไปทบทวนใช้ได้ดีมากค่ะ
ตอบลบน.ส.รัตน์ชุนี คลังเงิน รหัสนักศึกษา 587210140313 วิชาชีพครู หมู่ 3
ดีมากเลยค่ะ นางสาวจารุวรรณ โพธิโชติ พช.1/8 เลขที่ 4
ตอบลบได้ความรู้มากค่ะ น.ส.ปิยพร สอนมะณี พช. 1/8 เลขที่ 8
ตอบลบได้ความรู้เยอะมากเลยค่ะ น.ส วิภาดา จอมคำสิงห์ เลขที่ 19 พช. 1/8
ตอบลบได้ความรู้มากมายค่ะ ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆนะคะ นางสาวสมพักตร์ วิเศษแก้ว
ตอบลบรหัสนักศึกษา 587210140318 วิชาชีพครู หมู่ 3
ได้รู้จักว่าtense ต้องใช้แบบไหน และอย่างไร ได้ความรู้เพิ่มเติมมากขึ้นค่ะ นางสาวพิมพิลัย ศรีเรือง กร2/2 เลขที่ 13
ตอบลบเนื้อหาดีมากคร่
ตอบลบวีรวรรณ ไชยจิตร เลขที่ 20 พช.1/8
ขอบคุณสำหรับข้อมูล เนื้อหาสาระเรื่อง Tenes ค่ะ
ตอบลบได้รับความรู้มากมายเลยค่ะ 🙏
น.ส.นันทิวัน มีมุข พช.1/4 เลขที่ 43
ขอบคุณ ครูมากนะค่ะได้ความรู้มากมายเลย
ตอบลบนางสาว ขนิษฐา วาจาเด็จ พช.1/4 เลขที่8
เป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากเลยค่ะ อ่านแล้วเข้าใจและรู้จักวิธีใช้ tense สุทธิศักดิ์ โยธาศิริ กร.2/2 เลขที่25
ตอบลบได้ความรู้เยอะมากเลยค่ะ
ตอบลบนางสาว สุรีพร ทิวงค์ พช.1/4 เลขที่ 37
เริ่ดค่ะ นางสาวสุพรรณี เผือคำภู รหัสนักศึกษา 587210140323 ป.บัณฑิตวิชาชีพครู หมู่ 3
ตอบลบได้ความรู้มากมายเลยค่ะ
ตอบลบนางสาวกรรณิการ์ พิรมย์ พช1/4 เลขที่1
ได้ความรู้หลักการใช้ Tense โครงสร้างของ Tense และได้ความรู้ภาษาอังกฤษได้มากขึ้น
ตอบลบนางสาวมยุรี จันทฤาชา พช.1/5 เลขที่ 26
ได้ความรู้หลักการใช้ Tense โครงสร้างของ Tense และได้ความรู้ภาษาอังกฤษได้มากขึ้น
ตอบลบนางสาวมยุรี จันทฤาชา พช.1/5 เลขที่ 26
เนื้อหาดีมากค่ะ
ตอบลบนางสาวกัญญารัตน์ อารีเอื้อ พช. 1/8 เลขที่ 2
เนื้อหาสาระดีมากค่ะ
ตอบลบน.ส.ปฐมพร วินทะไชย พช.1/5 เลขที่ 17
เนื้อหาดีมากค่ะคุณครู
ตอบลบน.ส ปภากร ช่วยสงฆ์ เลขที่18 พช1/5
ดีมากเลยค่ะคุณครู ได้รับความรู้ และเนื้อหาครบถ้วนเลยค่ะ. น.ส. ลักษมี หาญโยธี พช1/8. เลขที่16
ตอบลบได้ความรู้มากเลยค่ะ
ตอบลบน.ส.สุพัตรา ประทุมพล เลขที่ 35 พช.1/5
ได้ความรู้มากค่ะ
ตอบลบน.ส.กรกนก กระจ่างจันทร์ เลขที่ 1 พช.1/5
เนื้อหาดีมากเลยค่ะครูได้ความรู้มากเลยค่ะ นางสาวสุนิศา แสงภารา ชั้น กร.2/2 เลขที่12
ตอบลบได้ความรู้มากเลยค่ะ นางสาวม่านแก้ว ศิริบรร ชั้น กร2/2 เลขที่20
ตอบลบได้ความรู้เพิ่มเติม และยังสามารถกลับมาทบทวนได้ตลอดค่ะ นางสาวอุไรพร แพงจิตร เลขที่6 กร.2/2
ตอบลบได้ความรู้เพิ่มเติม และยังสามารถกลับมาทบทวนได้ตลอดค่ะ นางสาวอุไรพร แพงจิตร เลขที่6 กร.2/2
ตอบลบได้ความรู้มากเรยค้ะ น.ส.เพ็ญพิชชา พันธไชย พช.1/8 เลขที่ 13
ตอบลบได้รับความรู้มากเลยค่ะเนื้อหาครบถ้วน
ตอบลบนางสาวพรนภา นาคเงิน พช.1/8 เลขที่ 9
ได้ความรู้เพิ่มเติมเยอะเลยค่ะ
ตอบลบน.ส.สุชานันท์ เจนเชี่ยวชาญ พช.1/4 เลขที่34
ได้ความรู้มากค่ะ
ตอบลบนางสาว ปวันรัตน์ .พันธุระ พช.1/8 เลขที่7
ได้ความรู้เพิ่มขึ้นค่ะ
ตอบลบน.ส. พัชรี เวียงวิเศษ พช.1/8 เลขที่12
ได้ความรู้มากเลยค่ะ
ตอบลบน.ส.ศิริรัตน์ เจริญวงษา พ.ช 1/4 เลขที่ 31
ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะครับ ผมได้ความรู้เยอะเลยครับ
ตอบลบนายจิรายุ ประชารักษ์ พช. 1/4 เลขที่ 11
ได้ความรู้เยอะมากเรยค่ะคุณครู เนื้อหาครบทุก Tense เลยค่ะ ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะค่ะ
ตอบลบนางสาวเกศินี สุ่มมาตย์ พช. 1/4 เลขที่ 6
ได้ความรู้มากเรยค่ะ
ตอบลบนางสาวจารุวรรณ ผาดาบรรณ์ พช.1/4 เลขที่10
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบเข้าใจง่ายมากเลยค่ะ
ตอบลบนางสาวไพริน สมเพชร พช1/4เลขที25
ได้ความรู้มากเลยครับ เนื้อหาเข้าใจง่าย ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะครับ
ตอบลบนายอมรเทพ กันหะบุตร พช. 1/4 เลขที่ 39
ได้ความรู้และเข้าใจในการนำปรับไปใช้ในชีวิตประวันได้ดีมากเลยคะ
ตอบลบนางสาวกัลยารัตน์ บุญโนนแต้ พช.1/4 เลขที่3
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบขอบคุณค่ะ สำหรับหรับหลักการใช้ Tense ได้รับความรู้มากเลยค่ะ เข้าใจง่ายขึ้นค่ะ
ตอบลบน.ส.ชลธิชา ทองภามี เลขที่14 พช1/4
ได้ความรู้ดีมากคะ
ตอบลบน.ส.อทิตยา วิเศษดรหวาย เลขที่38 ชั้น พช.1/4
เข้าใจง่ายขึ้นค่ะเเละได้รับความรู้มากเรยค่ะ
ตอบลบน.ส.พิไลวรรณ นันทะดี เลขที่23 พช. 1/4
สนุกมากเลยค่ะ ได้ความรู้เยอะมาก
ตอบลบนายสุทัศน์ ผุยศรี พช.1/4 เลขที่36
ได้ความรู้มากเลยค่ะ
ตอบลบน.ส วลัยพร รัฐราษฎร์ พช.1/4 เลขที่29
ได้ความรู้เยอะมากเลยค่ะ
ตอบลบน.ส.ประภาพร ชนะบุญ พช.1/4 เลขที่ 17
มีสาระ ได้ความรู้เยอะค่ะ
ตอบลบน.ส.ปัทมา จันทะคัด พช.1/4 เลขที่ 19
เนื้อหาแน่นมากค่ะ สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
ตอบลบเชาวดา ห้วยหงษ์ทอง กร.2/2 เลขที่ 21
มีสาระมากเลยค่ะแล้วยังได้ความรู้อีกด้วยและยังสามารถปรับมาใช้ในชีวิตประวันได้อีกด้วยค่ะ
ตอบลบน.ส.ดาวนภา ชมภูวิเศษ กร. 2/2 เลขที่ 10